คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.หมู่บ้านจอมบึง จัดกิจกรรมติดตามและประเมินผลโครงการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการศิลปะ เสริมคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ยุพยงค์ วิงวร คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เป็นประธานในพิธีกล่าวเปิด กิจกรรมติดตามผลและประเมินผลโครงการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสาระการเรียนรู้โดยใช้ศิลปะในโรงเรียนขนาดเล็ก ณ ห้องประชุมราชาวดี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สรุปผลการดำเนินงาน และร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ผ่านศิลปะ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครู และเครือข่ายจากโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 9 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองน้ำใส โรงเรียนวัดพิบูลวนาราม (รัฐ-สว่างชัยนาวาอุปถัมภ์) โรงเรียนบ้านท่ามะขาม โรงเรียนกลุ่มนักข่าวหญิง 2 (บ้านบ่อหวี) โรงเรียนวัดประเสริฐราษฎร์รังสรรค์วิทยา โรงเรียนวัดห้วยไผ่ โรงเรียนวัดทุ่งหญ้าคมบาง โรงเรียนบ้านบึง (สันติมโนประชาสรรค์) และโรงเรียนบ้านหนองแร้ง (แหลมสุขประชานุกูล)
ภายในงานมีการจัดเวทีเสวนาในหัวข้อ “ศิลปะนำทาง สร้างการเรียนรู้บูรณาการ” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรียาพร ทองผุด อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศึกษา พร้อมด้วย คุณครูอุบล ประถมยา คุณครูภวิกา ปวินธาดา และ คุณครูพนิดา อรุณมณี ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิด และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการผ่านศิลปะ
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมถอดบทเรียนและระดมความคิดเห็นใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนและนวัตกรรม การพัฒนาแหล่งเรียนรู้และการนิเทศติดตาม การบูรณาการข้ามสาระระหว่างศิลปะ ภาษาไทย และประวัติศาสตร์ ตลอดจนการบูรณาการศิลปะสู่ห้องเรียนปฏิบัติการ เพื่อร่วมกันสังเคราะห์แนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก
"โครงการนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรียาพร ทองผุด เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ โดยมุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพครูและสถานศึกษา ผ่านการประยุกต์ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้ เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนาทักษะผู้เรียน และยกระดับคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม อันสอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน"






