จาก “กาบไผ่” สู่ “บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก” มรภ.หมู่บ้านจอมบึงต่อยอดวัสดุท้องถิ่น ลดต้นทุน เพิ่มคุณค่าให้อาหารสุขภาพ
จาก “กาบไผ่” วัสดุธรรมชาติที่พบเห็นได้ทั่วไปในท้องถิ่น สู่การพัฒนาเป็น “บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก” อีกหนึ่งแนวคิดที่สะท้อนการนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมาประยุกต์ใช้กับทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อสร้างทางเลือกด้านบรรจุภัณฑ์อาหาร ควบคู่กับการส่งเสริมสุขภาพ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ประกอบการในชุมชน
แนวคิดดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการทดลองและพัฒนาใน “ตลาดเขียวเกษตรแบ่งปัน” ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพที่เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ และเป็นพื้นที่เรียนรู้ด้านการเกษตรและสุขภาพของคนในชุมชน โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมอาหารเพื่อสุขภาพควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ประเด็นสำคัญที่มีการพิจารณา ได้แก่ การจับสลากแบ่งสายการแข่งขันกีฬาแต่ละประเภท การจัดผู้ตัดสินและนักกีฬา การเตรียมอุปกรณ์สำหรับการฝึกซ้อมและการแข่งขัน การจัดนักศึกษาช่วยงาน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมของสนามแข่งขัน เพื่อรองรับนักกีฬา บุคลากร และผู้เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภูมิภาคตะวันตก
บาทหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วุฒิชัย อ๋องนาวา ผู้รับผิดชอบโครงการสถานีเกษตรแบ่งปันฯ ภาคีแผนอาหาร สสส. กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติเกิดขึ้นจากความต้องการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง “อาหารสุขภาพ” กับ “บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก” เพื่อให้การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพสามารถดำเนินควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
แนวคิดดังกล่าวได้รับการต่อยอดองค์ความรู้จากคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์อรนุช จินดาสกุลยนต์ คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุเมธ ลิปิโรจนพงศ์ ได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาวัสดุธรรมชาติให้สามารถนำมาใช้เป็นภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร
จากการทดลองในระยะแรก ทีมงานได้ทดลองใช้ใบตองเป็นวัสดุสำหรับขึ้นรูปภาชนะ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 3–5 นาทีต่อชุด ก่อนพัฒนาต่อยอดมาทดลองใช้ “กาบไผ่” และพบว่าสามารถขึ้นรูปได้ภายในเวลาประมาณ 30 วินาทีต่อชุด อีกทั้งมีคุณสมบัติด้านความแข็งแรง คงรูป และสามารถจัดเก็บได้นานกว่า จึงมีความเหมาะสมสำหรับการนำมาทดลองใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ทางเลือก
ภาชนะจากกาบไผ่ได้ถูกนำไปทดลองใช้งานจริงแล้วหลายครั้ง รวมถึงการนำไปใช้ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรีวิเทศศึกษา โดยได้รับความสนใจจากผู้บริโภค โดยเฉพาะความสนใจในการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
สำหรับแนวทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ตั้งเป้าหมายผลิตภาชนะจากกาบไผ่อย่างน้อย 50 ชุดในทุกวันเสาร์ และทดลองนำไปใช้กับผู้ประกอบการประมาณ 5 ร้านค้าภายในตลาด เพื่อเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริง ทั้งในด้านความเหมาะสม ความสะดวก และความต้องการของผู้ประกอบการและผู้บริโภค ก่อนนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนารูปแบบและกระบวนการผลิตให้เหมาะสมกับการใช้งานมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การนำวัสดุธรรมชาติที่สามารถหาได้ในพื้นที่มาใช้เป็นวัตถุดิบ ยังมีโอกาสช่วยลดต้นทุนเมื่อเปรียบเทียบกับบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่มีต้นทุนประมาณ 2–5 บาทต่อชิ้น ขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างเรื่องราวให้กับสินค้า และต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชนได้ในอนาคต
"จากวัสดุธรรมดาที่มีอยู่ในท้องถิ่น สู่การทดลองสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ทางเลือก เรื่องราวของ “กาบไผ่” จึงสะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงในการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาเชื่อมโยงกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจชุมชน เพื่อสร้างคุณค่าจากทรัพยากรในพื้นที่อย่างสร้างสรรค์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน"






